2. สวนเฉลิมพระเกียรติฯ แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่

2.2 สวนองค์กรเฉลิมพระเกียรติฯ
ได้แก่ สวนเฉลิมพระเกียรติฯ จากองค์กรต่าง ๆ ในประเทศทั้งภาครัฐและเอกชน เป็นการนำทฤษฎีการเกษตรของในหลวง มาเป็นแนวคิดการจัดสวนเข้าร่วมการจัดสวน 22 องค์กร แบ่งเป็น 8 หน่วยงานราชการ/จังหวัด 3 รัฐวิสาหกิจ 3 ธนาคาร และ 8 บริษัทเอกชน ดังนี้

8 หน่วยงานราชการ/จังหวัด
กรุงเทพมหานคร

ชื่อสวน: ฉลองราชราชา กรุงเทพฯ ธารา พฤกษาเมืองสวย
แนวคิด: ทฤษฎีที่นำมาจัดแสดง อาทิโครงการแก้มลิง ทฤษฎีน้ำดีไล่น้ำเสีย และกังหันน้ำชัยพัฒนา
ราชบุรี
ชื่อสวน: เมืองแม้นพิมานมาศ ราชบุรี
แนวคิด: เศรษฐกิจ พอเพียง
ฉะเชิงเทรา

แนวคิด: ศูนย์การศึกษาพัฒนาเขาหินซ้อน
เชียงใหม่

ชื่อสวน: สวนภูมิสังคม
แนวคิด: ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ
เทศบาลนครเชียงใหม่
ชื่อสวน: สวน สุวรรณล้านนา ภูมิปัญญาสังคม
แนวคิด: การอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น
พระนครศรีอยุธยา
ชื่อสวน: ภูมิปัญญาแห่งแผ่นดิน
แนวคิด: เศรษฐกิจพอเพียง, ภูมิปัญญาแห่งแผ่นดิน
องค์การสวนพฤกษศาสตร์
ชื่อสวน: สวนรวมพันธุ์ไม้ไทย เทิดไท้มหาราชา
แนวคิด: สวนรวมพรรณไม้ไทยเทิดไท้มหาราชา
โครงการหลวง

ชื่อสวน: สวนนิทรรศการโครงการหลวง
แนวคิด: การกำจัดการปลูกฝิ่น การพัฒนาความเป็นอยู่ของชาวเขา และการอนุรักษ์ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และจัดแสดงพระราชกรณียกิจ

3 ธนาคาร

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

ชื่อสวน: สวนพอเพียง ธกส.
แนวคิด: ทฤษฎีใหม่ เศรษฐกิจพอเพียง
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
ชื่อสวน: รู้รักสามัคคี
แนวคิด: การทำนาแบบขั้นบันได ฝายต้นน้ำลำธาร
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
ชื่อสวน: Water Orchid Garden
แนวคิด: ทฤษฎีบำบัดน้ำเสีย โดยวิธีธรรมชาติ

3 รัฐวิสาหกิจ

การท่าเรือแห่งประเทศไทย
ชื่อสวน: ภูมิพลมหาราชเฉลิมราชย์ 60 ปี
แนวคิด: ผสมผสานแนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 9 ทฤษฎีผสมผสาน: น้ำดีไล่น้ำเสีย, หญ้าแฝก, การเกษตรแบบขั้นบันได, ปลูกป่าในที่สูง, ปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก, เกษตรยั่งยืน
การประปานครหลวง

ชื่อสวน: สายธารพระเมตตา สู่การประปานครหลวง
แนวคิด: กังหันชัยพัฒนา
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
ชื่อสวน: สวนน้ำพระทัย
แนวคิด: เกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงในด้านการ อนุรักษ์ดิน น้ำ ป่าไม้ ฝายน้ำลำธาร

8 บริษัทเอกชน

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
ชื่อสวน: สวนเฉลิมพระเกียรติ โตโยต้า
แนวคิด ไบโอดีเซล
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
ชื่อสวน: "ดิน น้ำ ป่า คน" พลังสร้างความยั่งยืน
แนวคิด ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง การจัดการและอนุรักษ์ดิน (ปลูกป่า หญ้าแฝก กำแพงธรรมชาติ)
บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด
ชื่อสวน: โครงการเกษตรผสมผสาน ตามแนวพระราชดำริ
แนวคิด: โครงการเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชดำริ
บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)
ชื่อสวน: สื่อสายน้ำ สื่อพระราชหฤทัย
แนวคิด: น้ำคือชีวิต
บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
ชื่อสวน: สวน พลังแผ่นดิน
แนวคิด: ไบโอดีเซล
บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)
ชื่อสวน: ใต้ร่มพระบารมี
แนวคิด: ทฤษฎี ฝนหลวง
บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด
ชื่อสวน: สวนนิทรรศการชาเฉลิมพระเกียรติฯ
แนวคิด: เศรษฐกิจพอเพียง เส้นทางชา
บริษัท ปราณ เดอ สยาม จำกัด
ชื่อสวน: ลมหายใจแห่งสยาม
แนวคิด: ดิน-น้ำ-ลม-ไฟ ทฤษฎีใหม่


3. สวนไทย Thai Tropical Garden
เป็นพื้นที่จัดแสดงพรรณไม้เขตร้อนชื้น ที่มีความหลากหลายและใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยจำนวนพรรณไม้มากกว่า 2,200 ชนิด รวมแล้วกว่า 2.5 ล้านต้น มาจัดแสดง เช่น ไม้ผล ผัก ไม้ทะเลทราย ไม้ในวรรณคดี ไม้พุทธประวัติ ไม้ในร่ม ไม้เลื้อย ไม้หอม ไม้ประจำจังหวัด ไม้สะสม และไม้ประจำจังหวัด 76 จังหวัด ภายในบริเวณงาน ได้แบ่งพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการสวนไทย ไว้ในอาคารและนอกอาคาร 9 อาคาร ดังนี้

เรือนร่มไม้ (Shaded Paradise)
จัดแสดงพืชในเขตร้อนกว่า 2,000 ชนิด บนเนื้อที่ 4 ไร่ ไฮไลต์ที่โดดเด่น คือากรนำสับปพรดสีสายพันธุ์ต่าง ๆ มาจัดแสดงให้ชม
หอประวัติพืชสวนไทย หรือหอเชิดชูเกียรติ (Hall of Fame)

หอประวัติพืชสวนไทย หรือหอเชิดชูเกียรติ และสวนชุ่มน้ำ
(ซ้าย: หอประวัติพืชสวนไทย หรือหอเชิดชูเกียรติ (Hall of Fame) และขวา: สวนชุ่มน้ำ

บ้านชาวสวน
บน: บ้านชาวสวน

บ้านชาวสวน (Grower's House)
บ้านทรงไทยที่ถกูกสร้างขึ้น ตามวิถีชีวิตของคนไทยในอดีต มีระหัด วิดน้ำ การปลูกไม้มงคลตามความเชื่อ
อาคารไบโอเทคโนโลยี (Bio Tech Greenhouse)
นำเสนอการแสดงไบโอรีแอ็กเตอร์ แบบพร้อมใช้ เพื่อการขยายพันธุ์
อาคารปลูกพืชไร้ดิน (Soilless Greenhouse)
จัดแสดงการปลูกพืชแบบที่เรียกว่าไฮโดรโพนิกส์ ซึ่งมี 3 วิธี คือ การปลูกพืชโดยใช้น้ำ การปลูกพืชโดยใช้วัสดุปลูกที่ไม่ใช้ดิน และการปลูกพืชโดยให้รากลอยในอากาศ
อาคารพืชไม้เมืองหนาว (Temperate Greenhouse)


(ซ้าย: สวนบัวเป็นหนึ่งในสวน ที่จัดแสดงอยู่ในโซนสวนไทย
และขวา: อาคารพืชทะเลทราย ตั้งอยู่ถัดจากอาคารปลูกพืชไร้ดิน จัดแสดงพืชทะเลทรายทั้งหมด)

เรือนพืชทะเลทราย (Desert Plant Greenhouse
เป็นการรวบรวมพืชทะเลทราย และไม้อวบน้ำรูปร่างต่าง ๆ อีกทั้งมีสีสันสวยงามกว่า 38 สายพันธุ์มาจัดแสดง
โดมไม้เขตร้อน (Tropical Dome)
ภายในอาคารรวบรวมพรรณไม้ ที่พบในเขตร้อนชื้นส่วนใหญ่เป็นไม้หายาก
สวนชุ่มน้ำ (Sunken Garden)
จัดแสดงพรรณไม้ที่ชอบขึ้นอยู่ตามพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยจำลองระบบนิเวศ ให้หมือนธรรมชาติ และถิ่นกำเนิดของพรรณไม้นั้นจริง ๆ

4. ศูนย์นิทรรศการ (Expo Center)
จัดแสดงนิทรรศการพรรณไม้ เทคโนโลยี และการประกวดพรรณไม้ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ นิทรรศการถาวร (Indoor garden) และนิทรรศการแสดงพรรณไม้ชั่วคราว มี 2 อาคาร ได้แก่

สวนนานาชาติในอาคาร (International Indoor Garden) เป็นอาคารจัดแสดงพรรณไม้ถาวร จากหน่วยงานต่าง ๆ และจากนานาประเทศ 15 ประเทศ โดยจัดเป็นนิทรรศการถาวรตลอด 92 วัน


(ซ้าย: โรงเห็ด จัดแสดงอยู่ในส่วนของบ้านสมุนไพร
และขวา: สวนเฟื่องฟ้า ตั้งอยู่ติดกับแปลงปลูกสับปะรด สามารถเดินชมได้จากสะพานชมวิว บริเวณหอเกียรติยศ)

นิทรรศการหมุนเวียนในอาคาร (Revolving Indoor Exhibition) เป็นอาคาร 2 หลัง ที่มีการจัดแสดงพรรณไม้แปลก สวยงาม และหายากมาให้ได้ชมกัน โดยจัดหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปทุก ๆ สัปดาห์ ส่วนการแสดงพิเศษ แบ่งเป็น 13 ส่วน ดังนี้
1. สวนสวัสดี
2. สวนล้านนาเวียงเจ็ดลิน
3. สวนเกษตรทฤษฎีใหม่


(บน: สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ ตั้งอยู่ในบริเวณสวนองค์กรเฉลิมพระเกียรติฯ)

4. สวนใต้ร่มยาง
5. สวนถวายพระพร
6. อาคารกล้วยไม้

อาคารกล้วยไม้ และสวนผลไม้ไทย
(ซ้าย: อาคารกล้วยไม้ ภายในมีกล้วยไม้จากทุกมุมโลกมาให้ชม
ขวา: สวนผลไม้ไทย จัดแสดงผลไม้ของทุกภาคทั่วประเทศ)

7. สวนผลไม้ไทย
8. โลกแมลง
9. ประติมากรรมเฉลิมพระเกียรติฯ

ประติมากรรมเฉลิมพระเกียรติฯ และบ้านสมุนไพร
(ซ้าย: ประติมากรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ติดตั้งอยู่ทั่วบริเวณงาน
ขวา: การแสดงท่านวดต่างๆ ตามตำราฤาษีดัดตน ในบ้านสมุนไพร)

10. บ้านสมุนไพร
11. เรือนไทย 4 ภาค


(ซ้าย: หอชมวิว ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของงาน มีัลักษณะเป็นหอสีเขียว สูงรูปทรงตล้ายเมล็ดข้าว
ขวา: เรือนไทยภาคกลาง จะนิยมสร้างตามการขึ้นลงของดวงตะวัน และทิศทางของลม ที่พัดมาจากทางใต้)

12. หอชมวิว
13. การแสดงศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีทั้งประเทศไทย และต่างประเทศ

1 | 2 | 3

เส้นทางเดินชมงานราชพฤกษ์ เลือกได้ตามใจ
ในการเข้าชมงานราชพฤกษ์ หากจะกล่าวไปแล้ว มีหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าสนใจอยู่มากมาย แต่เนื่องด้วยเวลาไม่มากพอ เท่ากับสถานที่ใช้จัดงานคือ 470 ไร่ ทำให้หลายคนที่เดินทางมาเที่ยวงาน พลาดชมสิ่งดีๆ ไปอย่างน่าเสียดาย แต่ถ้ามีการวางแผนการชมงานล่วงหน้า (ไม่นับเรื่องการซื้อบัตรล่วงหน้า) รับรองเลยว่า คุณจะได้เต็มอิ่มกับการชมสวนมุมโปรดของคุณ ได้อย่างมีอรรถรส และสามารถเก็บความทรงจำนั้น ไว้ตราบนานเท่านาน

เริ่มต้นที่ตัวเรา.... คุณต้องรู้ตัวก่อนว่า ในการมาเที่ยวงานมหกรรมพืชสวนโลกครั้งนี้ คุณตั้งใจอยากมาดูอะไรมากที่สุด และคุณมีเวลาในการเดินชมสวนมากเท่าไหร่ ขอย้ำเรื่องนี้สำคัญมาก หากคุณเป็นนักท่องเทียวประเภท ซื้อบัตรเข้าชมงานครั้งเดียว แต่ถ้าคุณซื้อบัตรประเภท เข้าชมงานได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง คุณก็สามารถวางแผนล่วงหน้า ในการเดินชมงานได้เหมือนกัน.......

เส้นทางที่ 1 สถาปัตยกรรมในสวน

หากคุณอยากได้ชื่อว่าเป็นคนหนึ่ง ที่ได้มีโอกาสเดินชมสวน ในประเทศต่างๆ จาก 5 ทวีปทั่วโลก และสวนจากองค์กรทั้งภาครัฐ และเอกชนในประเทศไทย รวมแล้วมากกว่า 40 สวน สวนกล้วยไม้ สวนถวายพระพร ก่อนปิดท้ายด้วยการเยี่ยมชม สถาปัตยกรรมล้านนาแห่งปี "หอคำหลวง"

เส้นทางที่ 2 ชื่นชมหลากหลายพรรณไม้ในสวนไทย

หากคุณเป็นคนที่รักต้นไม้ เส้นทางเส้นนี้สายนี้ รอให้คุณมาสัมผัสกับหลากหลายพรรณไม้ เริ่มต้นจากเรือนร่มไม้ที่พรรณไม้กว่า 2,000 ชนิด โดยมีสับปะรดสีเป็นไม้ไฮไลด์ ตามมาด้วยไม้ประดับอย่างโป๊ยเซียน ชวนชม ปรง โกสน เรื่อยไปจนถึงไม้เฉพาะถิ่น อย่างพืชในเขตทะเลทราย พืชเมืองหนาว หรือพืชที่ขึ้นอยู่เฉพาะ ในป่าเขตร้อนชื้น สวนบัว สวนไม้ชุ่มน้ำ ที่มีเฮลิโคเนียถึง 100 ชนิด และพรรณไม้แปลกหาดูได้ยากอีกหลากหลายชนิด รวมถึงไม้ต่อ ไม้พุ่ม ไม้ดอกหอม และพรรณไม้อื่นๆ อีกมากมายตลอดเส้นทางการเดินชมสวนไทย

หมายเหตุ: เส้นทางนี้มีบริการมัคคุเทศก์นำทาง ติดต่อลงทะเบียน ได้ที่ชั้นล่างหอคำหลวง มีบริการทุกวันๆ ละ 6 รอบ

เส้นทางที่ 3 นิทรรศการและสวนกิจกรรมพิเศษ

เส้นทางสายนี้ เหมาะอย่างยิ่ง สำหรับคนที่ชอบความทันสมัย งานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 เป็นศูนย์รวมของการพัฒนาการผลิตพืชสวน เทคโนโลยีด้านการเกษตร การขยายพันธุ์ และอนุรักษ์พืชและแมลง ผู้เข้าชมงานจะได้พบกับนิทรรศการ ที่หลากหลายตลอด 92 วัน ณ อาคารนิทรรศการหมุนเวียน, หมู่อาคารนิทรรศการเรือนกระจก, Fruit Hub, Bug World, และนิทรรศการอีกมากมายภายใน Expo Center หมู่บ้านไทย 4 ภาค นิทรรศการพืชสมุนไพร

เส้นทางที่ 4 เพลินตาเพลินใจกับแสง สี เสียง ยามค่ำคืน (ตั้งแต่เวลา 16.00 -20.00 น.)

หากคุณมีความสุข กับการเดินชมสวนยามเย็น สัมผัสลมหนาวแห่งเมืองเหนือ เคล้าคลอด้วยเสียงเพลงที่มีท่วงทำนองไพเราะ ณ เวทีวัฒนธรรม ชมแสง สี เสียง ของการแสดงม่านน้ำ ขบวนอิเลคทริคพาเหรดอันตระการตา เส้นทางสายนี้ รอให้คุณมาสัมผัสได้ตลอด 92 วันแห่งการจัดงานเฉลิมฉลอง ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี