ทันทีที่เข้าสู่บริเวณงานราชพฤกษ์ คุณจะได้พบกับความอลังการ ของพรรณไม้นานาชนิด ตื่นตาตื่นใจ ตั้งแต่ย่างก้าวแรกสัมผัสพื้นที่ของสวนไม้ นับตั้งแต่ เนินราชพฤกษ์ (Ratchaphruek Hill) ที่สูงเด่นเป็นสง่า เป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สามารถมองเห็น หอคำหลวง และสวนไม้ดอกได้จากมุมบน และยังเป็นที่ตั้งของต้นราชพฤกษ์ สัญลักษณ์ของงานครั้งนี้ วางอยู่กลางเนินอย่างโดดเด่นสวยงาม ภายในงาน ตั้งแต่ก้าวเท้าผ่านประตูเข้าชมงาน นอกจากสวนไม้ดอก ไม้ล้มลุกที่ชูช่อบานสะพรั่ง คอยต้อนรับผู้มาเยือนทุกคน ด้วยสีสันเปลี่ยมชีวิตชีวา ทำให้คุณสามารถ เดินชมความงดงามได้ตลอดวันไม่รู้เบื่อแล้ว ยังจะได้ชมความหลากหลายของพืชพรรณไม้ ที่นำมาจัดแสดงภายในงาน ไม่เพียงเท่านี้ ภายในงาน ยังมีอาคารสวนนิทรรศการอีกมากมาย เช่น สวนไม้เขตร้อน หรือจะไปเยี่ยมชมศูนย์นิทรรศการ สวนนานาชาติภายในอาคาร หรือสวนพืชหมุนเวียน ให้ชมอีกหลากหลายด้านด้วย กิจกรรมกลางแจ้งที่นักท่องเที่ย สามารถเพลิดเพลินได้อีก ทั้งการชมการแสดงที่เวทีวัฒนธรรม และเวทีคีตอุทยาน ที่พร้อมขับกล่อมเสียงเพลงหลากหลายแนว หลากหลายเชื้อชาติ ให้ฟังแบบผ่อนคลายกันอีกด้วย

ประวัติความเป็นมา
มีคนเคยเปรียบเปรยผู้หญิงว่า งดงาม อ่อนช้อย และซ่อนเร้นความแข็งแกร่งไว้ ดังดอกไม้นานาชนิด บนพื้นที่ 470 ไร่ ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวง ตำบลแม่เหียะ ถิ่นศรีนครพิงค์เมืองเชียงใหม่ ดินแดนถิ่นล้านนา นักท่องเที่ยวจะได้ยลโฉม ความงามอีกด้านหนึ่งของดอกไม้นานาพันธุ์ ที่ตกแต่งตามแนวคิด ความคิดสร้างสรรค์ และขนบธรรมเนียมประเพณี ออกมาเป็นสวนดอกไม้ใหญ่ที่สุด เท่าที่เคยมีมาบนแผ่นดินประเทศไทย งานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 จะพาคุณไปสัมผัส ความงามดั่งหญิงสาวหลากหลายเชื้อชาติ ของสวนดอกไม้กลางแจ้ง และในร่ม อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ในประเทศไทย

งานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2549 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2550 เป็นงานที่รวบรวม เอาสุดยอดของความมหัศจรรย์ แห่งพรรณไม้เขตร้อนชื้นที่ใหญ่ที่สุด ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีความหลากหลายมากที่สุดในโลก โดยมีพรรณไม้กว่า 2,200 ชนิด มากกว่า 2.5 ล้านต้น ทั้งยังเป็นการประกาศศักยภาพการผลิต พืชผลทางการเกษตรของไทย ด้านไม้ดอกไม้ประดับ ไม้สมุนไพร พืชสวนครัว ไม้แปลกหายาก และพืชผลทางการเกษตร สู่เวทีตลาดการค้าโลก จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในปี 2549 และฉลองพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในปี 2550

เพื่อแสดงศักยภาพ ในการเพาะปลูกพรรณไม้เขตร้อน และนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการเกษตรของประเทศไทย ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเทคโนโลยีด้านพรรณไม้เขตร้อนทั่วโลก และสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กระตุ้นภาคเศรษฐกิจ สังคม และพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านการเกษตรภายใต้ Theme ของงาน "เพื่อนำความรักสู่มนุษยชาติ" (To Express the Love for Humanity)

การจัดงานสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ ได้รับการรับรองในระดับ A1 อย่างเป็นทางการ จากสำนักงานมหกรรมโลก (Bureau of International Exposition-BIE) สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (Association of Horticulture Producers-AIPH) ภายใต้การสนับสนุนจากสมาพันธ์ดอกไม้โลก (World Flower Council-WFC) และสมาคมพืชสวนนานาชาติ (International Society for Horticultural Science-ISHS) ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ของความพร้อมเป็นเจ้าภาพ การจัดงานของประเทศไทยทุกด้าน โดยเฉพาะด้านขนาดพื้นที่ ระยะเวลาการจัดงาน สาระของการนำเสนอในระดับสากล และความหลากหลายของพืชพรรณไม้ ที่นำมาจัดแสดงภายในงาน ประกอบด้วยไฮไลต์หลัก 4 ส่วน และส่วนการแสดงพิเศษอีก 13 ส่วน ได้แก่

1. Royal Pavilion Zone
เป็นส่วนจัดแสดงหลักที่สำคัญและโดดเด่นที่สุดภายในงาน ประกอบไปด้วยส่วนจัดแสดง 3 ส่วน คือ

1.1 ลานราษฎร์เฉลิมพระเกียรติ (Royal Path)
บริเวณถนนทางเข้าตกแต่งด้วยซุ้มเฉลิมพระเกียรติฯ 30 ซุ้ม แต่ละซุ้มมีกรอบพระบรมฉายาลักษณ์ 4 ด้านติดกัน นำเสนอพระราชกรณียกิจ และพระบรมราโชวาท

1.2 หอคำหลวง (Royal Pavilion)
พื้นที่จัดแสดงส่วนกลาง ที่โดดเด่นที่สุดของงาน ตั้งอยู่บนเนินดิน เนื้อที่ประมาณ 3,000 ตารางเมตร ส่วนตัวอาคารเป็นเรือนไม้ครึ่งตึก 2 ชั้น ที่มีความสง่างาม ด้วยสถาปัตยกรรมแบบล้านนา จากช่าง 3 สกุล คือ ลำปาง ลำพูน และเชียงใหม่ "หอคำหลวง" ถือเป็นพื้นที่ ที่ใช้ในการจัดแสดงพระราชกรณียกิจ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ชั้นบนของหอคำหลวง ผนังทั้ง 3 ด้าน ตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังพระราชกรณียกิจ ในการเด็จเยี่ยมราษฎร ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตลอด 60 ปีที่ทรงครองราชสมบัติ พร้อมจัดแสดงภาพพระราชจริยวัตร ครั้งที่ยังทรงพระเยาว์ และจัดทำประติมากรรม พร้อมฐานที่ควรค่าแก่การเคารพบูชา เป็นสัญลักษณ์ของต้นไม้แห่งทศพิธราชธรรม ชื่อว่า "ต้นบรมโพธิสมภาร" ประกอบด้วยใบไม้ 21,915 ใบ เท่ากับจำนวนวัน ที่ทรงครองราชย์ตลอดระยะเวลา 60 ปี

บริเวณชั้นล่างของหอคำหลวง จัดแสดง นิทรรศการศิลปกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ และซุ้มเฉลิมพระเกียรติฯ ประกอบด้วย "นิทรรศการ 6 ทศวรรษ กษัตริย์นักพัฒนา" ที่ฉายภาพพระปฐมบรมราชโองการ ของพระบาทสมเด็นพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้ทรงตรัสไว้ว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" และภาพเหตุการณ์ ขณะทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พร้อมตราสัญลักษณ์การฉลองสิริราชครบ 60 ปี และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่าง ๆ ที่แสดงถึงพระอัจฉริยภาพ ด้านการเกษตรและความเป็นกษัตริย์นักพัฒนา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยจัดแบ่งพื้นที่ ภายในห้องนิทรรศการหลักออกเป็น 9 โซน ดังนี้

โซน 1 ซุ้มเฉลิมพระเกียรติ โซน 2 บทนำ นำเสนอความเป็นมาของโครงการต่าง ๆ โซน 3 จากจิตรลดาสู่พสกนิกร โซน 4 น้ำพระทัยอาทรชาวสยาม นำเสนอเรื่องราวการแก้ปัญหาต่าง ๆ โซน 5 พืชผลผลิตงามด้วยดินดี นำเสนอไฮไลต์ที่ช่วยแก้ปัญหาของเกษตรกรไทย โซน 6 ปลูกป่าเพื่อชีวีสำนึกดีในใจคน นำเสนอเรื่องราวการปลูกป่า ทั้งป่าจริง และเน้นการปลูกป่าถาวรในใจคน โซน 7 ขจัดต้นสิ่งเสพติดเพื่อชีวิตราษฎร เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของราษฎร โดยมีพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเขา ช่วยขจัดปัญหาเรื่องยางเสพติด โดยปลูกพืชที่เป็นประโยชน์ทดแทนฝิ่น เป็นต้น โซน 8 เพิ่มศักยภาพเกษตรกรด้วยการศึกษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศึกษา การพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โซน 9 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นิทรรศการ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จัดทำให้ออกมาในรูปแบบของวีดีทัศน์

1.3 สวนถวายพระพร (Homage Garden)

สวนถวายพระพร

ที่ตั้งของต้นโพธิ์ "ใต้ร่มพระบารมี" (Bhodi Tree for the King - ต้นโพธิ์แห่งความจงรักภักดี) อยู่ที่แนวเดียวกับหอคำหลวง โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม แสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และติดใบโพธิ์ทองเหลือง ที่จารึกชื่อของตนลงบนใบโพธิ์ แล้วนำไปติดที่ต้นโพธิ์ "ใต้ร่มพระบารมี" เมื่อครบกำหนดวันจัดงาน ในเดือนมกราคม 2550 จะจัดให้มีพิธีหล่อใบโพธิ์ทองเหลืองนั้น เป็นพระพุทธรูป โดยกำหนดให้มีการทำพิธีลักษณะเดียวกับพิธีสืบชะตาเมือง อันเป็นพิธีเก่าแก่ของชาวล้านนา

1 | 2 | 3

ราชพฤกษ์ -- ต้นไม้ประจำชาติ และความหมายอันเป็นมงคล
"ราชพฤกษ์" เป็นชื่อต้นไม้ประจำชาติ ถือเป็นไม้มงคลที่มีความสำคัญต่อประเทศไทย เนื่องจากมีดอกเป็นพวงระย้า สีเหลืองสด อันเป็นสีแห่งพระพุทธศาสนา และนอกจากนี้ สีเหลืองยังเป็นสีประจำวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี

ด้วยเหตุนี้ ราชพฤกษ์ จึงได้ถูกเลือกให้เป็นชื่อของงาน มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นโดยรัฐบาลไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเฉลิมฉลองในวโรกาส ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีในปี 2549 และเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษาในปี 2550

ตราสัญลักษณ์
ประกอบขึ้นด้วยรูปทรงของดอกราชพฤกษ์ ที่พัฒนามาจากธรรมชาติ จริงของดอกราชพฤกษ์ มีสีเหลือง 5 กลีบ ส่วนเกษรของดอกราชพฤกษ์ในตราสัญลักษณ์ ได้รับการออกแบบให้อยู่ในรูปทรงของตัวเลข ๙ ไทย อันสื่อความหมายว่า งานราชพฤกษ์ 2549 เป็นงานมหกรรมที่จัดขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ แห่งพระมหาจักรีบรมราชวงศ์ เนื่องในวโรกาสแห่งการเฉลิมฉลอง ที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และเฉลิมพระชนมพรรษ 80 พรรษา

ข้อมูลทั่วไป
ชื่องาน:
ราชพฤกษ์ 2549
มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ
จััุดขึ้นโดย:
รัฐบาลไทย
หน่วยงานผู้รับผิดชอบ:
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
การบริหารจัดงาน:
กรมวิชาการเกษตร
สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย
สถานที่จัดงาน:
ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ตำบลแม่เหียะ
อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย
ระยะเวลาจัดงาน:
1 พฤศจิกายน 2549 -- 31 มกราคม 2550
พื้นที่:
470 ไร่ (80 เฮคแตร์)
ระยะทางเดินชมงาน 7.2 กิโลเมตร


แผนที่เข้าชมงาน
คลิ๊กเพื่อดูแผนที่ขนาดใหญ่