![]() |
![]() |
||||||||
![]() |
![]() |
||||||||
![]() |
|||||||||
|
| |||||||||
![]() ความสุนทรีย์ริมสายธารา หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์: บ้านและตกแต่ง วันที่ 24 กพ. 2548 ก่อนที่จะมีห้องรับแขกอยู่ในบ้าน คนไทยสมัยก่อน นิยมต้อนรับแขกเหรื่อ ผู้มาเยือนกันที่ศาลาท่าน้ำ ซึ่งทำหน้าที่เสมือนเป็นห้องรับแขกไปโดยปริยาย เพราะในอดีต ก่อนที่จะมีถนนตัดผ่าน ผู้คนสมัยนั้น จะใช้การสัญจรทางน้ำเป็นหลัก บ้านเรือนส่วนใหญ่จึงหันหน้าเข้าหาแม่น้ำ ที่สำคัญ บ้านแทบทุกหลัง จะมีศาลาท่าน้ำตั้งอยู่หน้าบ้าน แขกไปใครมา ก่อนที่จะเชื้อเชิญขึ้นบ้านขึ้นเรือน ก็จะใช้ศาลาท่าน้ำเป็นที่ต้อนรับ ทั้งยังใช้เป็นที่นั่งเล่นรับลมเย็นๆ จากสายน้ำ ของสมาชิกทุกคนในบ้าน ได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย ไม่ใช่เฉพาะบ้านเราเท่านั้น ที่ใช้ศาลาท่าน้ำเป็นห้องรับแขก ในต่างแดน อาทิ อินเดีย ฝรั่งเศส อังกฤษ เม็กซิโก หรือจีน ต่างก็นิยมสร้างศาลาท่าน้ำเอาไว้นั่งพักผ่อน และใช้เป็นที่ต้อนรับผู้มาเยือนเช่นเดียวกัน ซึ่งต่างก็มีรูปแบบและเอกลักษณ์ที่สวยงาม สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิต และวัฒนธรรมของตนเองด้วยกันทั้งนั้น เรียกได้ว่าศาลาท่าน้ำนั้น มีความสำคัญ และผูกพันกับวิถีชีวิตของผู้คนบนโลกนี้มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่เช้าจรดเย็นกันเลยทีเดียว
ถึงแม้ว่าวิถีชีวิตในปัจจุบันจะเปลี่ยนไป ทำให้ภาพของบ้านทรงไทยเก่าๆ ที่มีศาลาท่าน้ำไว้นั่ง อิงแอบสายน้ำใสเย็นจะค่อยๆ เลือนหายไป ทว่าหลายคน ก็ยังคงระลึกถึงความสุนทรีย์ริมน้ำในแบบเดิมๆ อยู่ เพื่อเป็นการตอบรับความต้องการของหลายคน ชนินทร์ ไตรสุริยธรรมา กับกลุ่มเพื่อน จึงได้ก่อตั้งบริษัท ศาลา-ท่าน้ำ จำกัด ขึ้น ทำให้ภาพของศาลาท่าน้ำ เริ่มฉายภาพให้เห็นเด่นชัดขึ้นอีกครั้ง "ผมคิดว่าชีวิตริมน้ำ เป็นชีวิตที่น่าอภิรมย์ จากประวัติศาสตร์ก็บ่งบอกว่าสมัยโบราณ คนไทยเราไม่นิยมปลูกต้นไม้อยู่ใกล้บ้าน เพราะเกรงกลัวอันตรายจากสัตว์ ทุกบ้านจึงมีศาลาเล็กๆ อยู่ที่ท่าน้ำใกล้ๆ กับทางขึ้นลงซึ่งเป็นทางสัญจร และใช้ต้อนรับแขกไปในตัว เพราะบ้านเราอากาศค่อนข้างร้อนและอบอ้าว การใช้ชีวิตนอกบ้านอย่างที่ศาลาท่าน้ำ จึงเป็นชีวิตที่น่ารื่นรมย์มากกว่า แต่ปัจจุบันวิถีชีวิตมันเปลี่ยนไป รูปแบบบ้านก็กลายเป็นแบบสมัยใหม่ เป็นแบบโมเดิร์น ไม่เป็นทรงไทยแล้ว เพื่อนึกถึงอดีตอันหอมหวานที่ใครๆ ก็โหยหา ศาลาท่าน้ำและบรรยากาศแบบเดิมๆ เราเลยเปิดบริษัทนี้ขึ้นมา ผมอยากให้ความรื่นรมย์ในอดีต ได้กลับคืนมาอีกครั้งหนึ่งครับ" เขาเล่าถึงแรงบันดาลใจที่เปิดบริษัท ศาลา-ท่าน้ำ ขึ้นมา ศาลาท่าน้ำ รูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไป
เมื่อก่อนสร้างศาลาที ก็ต้องเกณฑ์ช่างมาช่วยกันทำ แต่สมัยนี้ ต้องสร้างได้รวดเร็วทันใจ และมีรูปแบบที่คลาสสิค ที่แม้เวลาผ่านไป 70 กว่าปี ก็ยังดูสวยงามและน่านั่ง ในฐานะที่ผมเป็นสถาปนิก จึงอยากจะออกแบบศาลา ให้เข้ากับยุคสมัย มีสัดส่วนที่สวยงาม เห็นเมื่อไหร่ ก็อยากจะเข้าไปนั่งทุกที" ศาลาที่เขาออกแบบนั้น จากเดิม มีเพียงแค่ไม่กี่แบบให้เลือก แต่ในปัจจุบันนั้นมีมากกว่า 20 แบบ ซึ่งทุกรูปทรงนั้น ล้วนยึดตามหลักของฮวงจุ้ยด้วย "ศาลาที่เราออกแบบนั้น จะมีทั้งทรงที่เป็นแปดเหลี่ยมและหกเหลี่ยม ซึ่งเป็นทรงที่เป็นมงคล และถูกหลักฮวงจุ้ยของลัทธิเต๋า เป็นความเชื่อที่ถูกถ่ายทอดมาเป็นพันๆ ปีแล้วว่า ศาลาที่มีลักษณะเป็นวงกลมนี้ จะช่วยทำให้พลังชี่หมุนเวียน ซึ่งจะหมุนเวียนเอาสิ่งไม่ดีออกไป แล้วถ้ามองกันในหลักทั่วไปแล้ว ศาลาทรงแบบนี้เวลานั่งคุยกัน จะรู้สึกถึงความสามัคคี นั่งแล้วปรึกษาหารือกันจะเกิดการร่วมกัน เพราะถ้าเป็นทรงสี่เหลี่ยมเราจะรู้สึกไม่สบาย เพราะต้องนั่งประจันหน้ากัน" นอกจากรูปทรงแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้ศาลาท่าน้ำ นำเข้าไปนั่งพักผ่อนก็คือ ลวดลายฉลุที่แลดูอ่อนหวานและสวยงาม "ลวดลายที่เราใช้ จะเป็นแบบตะวันตก คือจะต้องสลักเสลา และใช้การฉลุลายเพื่อให้แลดูอ่อนหวาน เป็นแบบสไตล์วิคตอเรีย หรือว่าโคโลเนียลสไตล์ แต่เมื่อเป็นศาลาในบ้านเรา ที่มีภูมิอากาศที่ค่อนข้างจะอบอ้าว เราก็ต้องใช้ความเป็นตะวันออก เข้าไปผสมผสานด้วย" ซึ่งความเป็นตะวันออกในความหมายของเขา ก็คือการใช้ไม้เป็นองค์ประกอบหลัก และรูปแบบของศาลาจะเปิดโล่ง เพื่อให้สัมผัสกับบรรยากาศแสนรื่นรมย์จากภายนอกได้อย่างสบาย ในขณะที่รูปแบบของศาลาฝั่งตะวันตกนั้น จะใช้ปูนซีเมนต์ ทั้งนี้ก็เนื่องจากบ้านเมืองเขา มีอากาศหนาวเย็นมากกว่านั่นเอง ชนินทร์ยังบอกอีกว่า เหตุที่ใช้ไม้เป็นองค์ประกอบหลัก นอกจากจะเข้ากับสภาพอากาศในบ้านเราแล้ว ไม้ยังเป็นวัสดุชนิดเดียว ที่สอดรับกับธรรมชาติรอบข้างมากที่สุด "วัสดุที่ใช้ผมเน้นว่าต้องเป็นไม้เนื้อแข็ง เพราะเป็นวัสดุชนิดเดียวที่ปลูกทดแทนได้ ไม้ยังให้อารมณ์ที่เป็นธรรมชาติ และก็เข้ากับธรรมชาติรอบด้านได้ดีที่สุด ไม้มีชีวิต สัมผัสได้ถึงความอบอุ่น และอยู่มาบนโลกนี้นานแสนนานแล้ว"
โดยไม้ที่เขาทำมาสร้างเป็นศาลานั้น ล้วนเป็นไม้เนื้อแข็งที่มีอยู่ในบ้านเรา อาทิ ไม้สัก ไม้ตะเคียนทอง ไม้ประดู่ ไม้แดง เป็นต้น จากนั้นก็นำมาผ่านกระบวนการเคลือบน้ำยากันแมลง จึงทำให้ศาลาท่าน้ำ มีอายุการใช้งานไม่ต่ำกว่า 30 ปีเลยทีเดียว นอกจากนี้ศาลาท่าน้ำของที่นี่ ยังมีจุดเด่นไม่เหมือนใคร คือชิ้นส่วนของศาลานั้นเป็นแบบน็อกดาวน์ สามารถถอดประกอบได้ทุกชิ้น บวกกับประสบการณ์การทำศาลามากว่า 13 ปี จึงทำให้สามารถสร้างศาลาได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว สำหรับขนาดนั้น มีให้เลือกตั้งแต่ 2 เมตร ไปจนถึง 12 เมตร ส่วนราคานั้น เริ่มตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักล้าน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับขนาด และขั้นตอนความยาก-ง่ายในการทำ ศาลาท่าน้ำ ความสุนทรีย์ริมน้ำ
"บางคนอาจจะมองว่า การมีศาลาท่าน้ำมาตั้งริมน้ำ หรือท่าน้ำจำลองในสวนไม่เห็นจำเป็นเลย ใช้เก้าอี้ตั้งแทนก็ได้" "ผมอยากจะบอกว่าเก้าอี้เป็นแค่เฟอร์นิเจอร์ตัวหนึ่ง ในขณะที่ศาลาทำ 2 หน้าที่คือ เป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ดูแล้วทำให้สวนน้ำของเรา ดูสมบูรณ์สวยงามและเป็นจุดจบของสวน ทำให้ครบองค์ประกอบของสวน ซึ่งเป็นภาพที่สวยงาม และขณะที่นั่งอยู่ในศาลา เมื่อมองออกมา ก็จะได้อีกมุมมองหนึ่ง และอีกหน้าที่หนึ่งคือ เราได้ใช้ประโยชน์จากศาลาได้อย่างเต็มที่ ได้ทอดอารมณ์สบาย ทำให้หายเครียด สมองแจ่มใส คิดอ่านการใดก็ออก ผมว่ารัฐบาลน่าจะซื้อไปนั่งดูบ้างนะครับ" |
|||||||||
![]() |
หากมีสักครั้ง ที่คุณมีโอกาส ได้เข้าไปนั่งในศาลาท่าน้ำ แล้วทอดสายตาออกไปรอบข้าง ก็จะสัมผัสได้ถึงความสุนทรีย์ และจะรู้สึกว่า ทำไมตัวเราเล็กลง เหมือนเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่ง ของธรรมชาติเท่านั้น ซึ่งส่งผลให้เรารู้สึกสงบใจ เข้าใจชีวิต และพบพานกับความสุขตามมา ช่างเป็นชีวิตที่น่าอิจฉา เสียจริง...!
![]() |
||||||||
|
"ศาลา-ท่าน้ำไทย กลิ่นอายอินเตอร์"
ตีพิมพ์ลงใน นิตยสารแก้จน ปีที่ 1 ฉบับที่ 4 ประจำเดือนตุลาคม พ.ศ. 2547 คอลัมน์สินค้าไทยส่งออก |
||||||||
![]() | |||||||||
| Our
Products | Highlights | FAQs
| Contact Us | Tips
For Your Sala | About Us
|
|||||||||