Highlight Sala-Tanum
Highlight About Us Sala-Tamun About Us
About Us

highlight
Our Products
Highlights
FAQs
Contact
Tips
About Us


บทสัมภาษณ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา "ตอบโจทย์" สังคมไทยหลังวิกฤติ (3/8)

activity at Bangkok Noi

GM: ที่บอกว่า อยู่ตรงนี้ อยู่ที่เดิม คืออยู่ตรงไหน
ภิญโญ : ผมคิดว่าคนทำสื่อ โดยเฉพาะสื่อสาธารณะ ท่ามกลางความขัดแย้งขนาดนี้ มันมีความจำเป็นที่ต้องยืนให้นิ่งอยู่ตรงกลาง วันหนึ่งเราอาจบอกว่าสื่อมวลชนเลือกข้างได้ ก็โอเค อาจจะมีสื่อมวลชนบางส่วนที่เขาต่อสู้ทางการเมือง มีวาระทางการเมืองที่ชัดเจน เขาอาจจำเป็นต้องเลือกข้าง ก็ไม่ว่ากันเพียงแต่ประกาศมาให้ชัดเจนว่าเราเป็นสื่อมวลชนอยู่ข้างไหน แต่ในมาตรฐานของการเป็นสื่อ โดยเฉพาะสื่อสารธาณะที่ไม่ได้มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง มันมีความจำเป็นต้องยืนให้นิ่ง คือยืนอยู่ตรงกลาง เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็น เพื่อสังคมจะได้เห็นมุมมองที่รอบด้าน แล้วสังคมจะต้องเป็นคนตัดสินเอาเองว่า ฝ่ายไหนพูดจามีเหตุผล มีน้ำหนัก หลักการชัดเจน สามารถนำพาสังคมไปสู่ทางออกได้ดีกว่า แล้วไม่ใช่ว่าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ถูกหมดทุกเรื่อง หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ผิดหมดทุกเรื่อง เมื่อคุณฟังทุก ๆ ฝ่ายถกเถียงกันแล้ว คุณจะพบว่า ในจุดแข็งของบางฝ่ายก็มีจุดอ่อนซ่อนอยู่ ในจุดอ่อนก็จะมีจุดแข็ง ในเหลืองมีแดง ในแดงมีเหลือง ไม่สามารถแบ่งแยกอะไรได้เด็ดขาดขนาดนั้น

GM: แต่คุณพูดแบบนี้ไม่ฟันธง คนที่อยู่ข้างใดข้างหนึ่งมักสับสนว่าตกลงคุณเป็นอะไรกันแน่ คุณคิดอย่างไรกับการที่สังคมมีลักษณะเป็นทวิลักษณ์แบบนี้ ต้องแบ่งให้ได้ว่าใครเป็นใคร เมื่อตัวคุณไม่ได้ไปข้างใดข้างหนึ่ง คุณมีปัญหาบ้างไหม
ภิญโญ : วิธีคิดแบบนี้สร้างปัญหาให้กับสังคม เพราะจะทำให้ในสังคมเหลือคนอยู่สองพวกเท่านั้น คือพวกมันกับพวกเรา และคนที่ไม่ใช่พวกเรา เราก็อยากกำจัดเขาออกไปให้หมดสิ้น ทีนี้สมมุติว่าพรรคเพื่อไทยมีสมาชิกตกค้างมาจากไทยรักไทยสิบเก้าล้านคน แล้ววันหนึ่งเราบอกว่าต้องนำพาสังคมไปอีกทางหนึ่งแล้วไม่เอาคนเสื้อแดงเลย หรือไม่เอาเพื่อไทยทั้งหมด ถามว่าเราจะทำให้คนเกือบยี่สิบล้านคนหายไปจากสังคมไทยได้อย่างไร

เช่นเดียวกัน ถ้าเพื่อไทยเกิดมีอำนาจขึ้นมา คุณจะทำให้พวกที่เป็นเสื้อเหลือง หรือพวกที่เขาไม่เอาคุณหายไปจากสังคมยังไง มันหายไปไม่ได้เพราะพันธมิตรก็มีหลายล้านคนทั่วประเทศ ทีนี้พอหายไปไม่ได้จะทำยังไง ก็มีวิธีเดียวคือคุณต้องหากติกาที่จะอยู่ร่วมกัน หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องฆ่ากันตายให้หมด แต่คำถามคือ ในประวัติศาสตร์หลังสงครามโลกครั้งที่สอง มีใครฆ่ากันได้เยอะขนาดนั้นไหมล่ะ

สังคมไทยจึงต้องเรียนรู้ที่จะอดทนอยู่กับความคิดเห็นที่แตกต่าง อยู่กับคนที่เราไม่ชอบหน้า ซึ่งมันเป็นเรื่องยาก ทุกวันนี้สังคมไทยทนไม่ได้กับเรื่องพวกนี้ไม่ต้องพูดถึงการทนอยู่ แค่ทนฟังคนที่เห็นแตกต่างก็ยังทนฟังไม่ได้ แล้วจะอยู่กันได้อย่างไร

ผมเห็นคนหลายคนที่ปฏิบัติธรรม สวดมนต์ไหว้พระ ทั้งเสื้อเหลืองและเสื้อแดง แต่เวลามีฝ่ายตรงข้ามออกรายการโทรทัศน์หรือออกสื่อ ก็สามารถด่าคนเหล่านี้ได้อย่างสาดเสียเทเสีย ด่าว่าเป็นเหี้ยห่าสารพัดสัตว์ เสร็จแล้วก็กลับไปนั่งสวดมนต์ต่อ บางทีก็ถึงขั้นอยากให้ตายไปเลยก็มี อยากฆ่าให้หมดไปจากสังคม คำถามคือ การสวดมนต์ของเรา การปฏิบัติธรรมของเราไม่ได้ช่วยให้เราเกิดความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ผู้ร่วม เกิด แก่ เจ็บ ตาย มากขึ้นเลยหรือ ปรากฏการณ์ทางการเมืองครั้งนี้ ฉายภาพความอ่อนแอของสังคมไทยออกมาอย่างชัดเจน เป็นความอ่อนแอที่เราเองก็ไม่อยากจะยอมรับมัน

GM: แล้วในระดับความสัมพันธ์ส่วนตัว คุณคงมีเพื่อนที่เป็นทั้งเหลืองและแดงอยู่แล้ว คุณดูแลจัดการอย่างไร มีใครเลิกคบคุณบ้างไหม
ภิญโญ : คือเพื่อนทั้งเหลืองและแดงของผมโดยส่วนใหญ่ค่อนข้างจะเป็นคนมีวุฒิภาวะ โชคดีที่ผมอยู่ในสังคมที่มิตรสหายทั้งหลาย ไม่ว่าจะเหลืองหรือแดงค่อนข้างมีเหตุมีผลและมีอารมณ์ขัน จึงยอมรับความแตกต่างหลากหลายได้ ก็จะคุยกันง่ายกว่า และรู้ว่าอะไรมีหรือไม่มีเหตุผล อะไรคือความจำเป็นที่เหลืองและแดงต้องเล่นไปตามเกม มันก็พอเข้าใจกันได้

แต่ก็มีคนรู้จักญาติสนิทมิตรสหายบางส่วนที่อาจไม่ได้อยู่ด้วยเหตุผลอย่างเดียว อาจมีอารมณ์เจือปนอยู่มาก บางทีเราก็ต้องอดทน หรือเริ่มตั้งคำถามกลับไปเพื่อให้เขาได้คิดบ้าง เช่น แท็กซี่เสื้อแดงจะด่ารัฐบาลสาดเสียเทเสีย ผมก็จะเริ่มตั้งคำถามกลับไปว่า โหย...นี่ถ้าเอาพี่ทักษิณกลับมาคงดีนะ ก็จะเริ่มชวนเขาคุย แต่เอ๊ะ! ถ้าทักษิณกลับมาก็ไม่เห็นพวกพี่ได้เป็นรัฐมนตรีเสียที เห็นแต่ลูกน้องพี่ทักษิณเขาได้เป็นกันหมด ตกลงไอ้พวกพี่ที่สู้ ๆ อยู่นี่เคยได้ดิบได้ดีกับเขามั้ย เวลาตายเห็นพวกพี่ตายก่อนทุกที เขาก็จะเริ่มขำ เออ...จริง ๆ ตกลงมันหลอกเรานี่พี่ (หัวเราะ) มันก็จะเริ่มขำและคุยเรื่องอื่น ๆ กันต่อไปได้ แม้ว่าเขาจะยังเชียร์คุณทักษิณอยู่เหมือนเดิม

ผมคิดว่า คนจะขำได้มันต้องเข้าใจความจริงของชีวิตในภาพใหญ่ เข้าใจความไม่มีแก่นสารของชีวิต ทุกเรื่องจึงไม่จำเป็นต้องไปยึดติดและเอามาล้อเลียนได้ ที่สำคัญ อารมณ์ขันมันต้องมาพร้อมกับเมตตา เมื่อขำแล้วคนเราจะผ่อนคลายและเริ่มได้สติ ทีนี้เราก็เริ่มยั่วยวน ท้าทายให้เขาคิด เมื่อคิดช้า ๆ ความโกรธมันจะลดลง ก็จะเริ่มขำว่าเออ...จริงว่ะ พวกมึงรวมหัวกันหลอกกูนี่หว่า พวกผู้นำทั้งหลายกำลังหลอกประชาชน คือใช้พวกเราเป็นเครื่องมือใช่มั้ย แล้วเราก็โกรธกันฉิบหายเลย แต่ในที่สุดพอหลังการอภิปรายในสภาคุณก็จับมือกันเป็นเรื่องปกติ แต่พวกเรามันดันไม่ปกติ พวกเขาน่ะรู้ว่าพวกเขาเล่นอะไรกันอยู่ แต่ดันเป็นพวกเราประชาชนที่ไม่รู้ สื่อมวลชนก็เอากับเขาด้วย

GM: แต่พูดอย่างนี้ บางคนบอกว่าเป็นการโยนบาปให้นักการเมืองถ่ายเดียว และดูถูกคนทั่วไปว่าเราไม่มีอำนาจที่แท้จริง อำนาจอยู่ในมือของนักการเมืองอย่างเดียว
ภิญโญ : มันก็ไม่ได้เด็ดขาดขนาดนั้น อำนาจในการตัดสินใจมันอยู่ในมือคนพวกนั้นเยอะ แต่ประชาชนก็ตื่นตัวจริง ซึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองการตื่นตัว พวกนี้มันก็ค่อย ๆ ทอนอำนาจข้างบนลงมาสู่ประชาชน แต่มันใช้เวลานานพอสมควร ระหว่างนั้นเราก็หลอกกันไปพอเพลิน ๆ ก่อนใช่มั้ยล่ะ (หัวเราะ)

GM: อาจารย์เกษียร (เตชะพีระ) พูดเรื่องการตื่นตัวทางการเมืองเฉียบพลันของคนที่ไม่เคยสนใจการเมืองมาก่อน คุณว่ามีคนแบบนี้เยอะไหมในสังคมไทย
ภิญโญ : ผมว่าตอนนี้เยอะมากเลย คนที่เราเคยคุย เมื่อก่อนอยู่ในหมวดสงบนิ่งทางการเมือง วันนี้อยู่ดี ๆ รู้สึกตื่นตัวทางการเมืองขึ้นมาอย่างน่าตกใจ แล้วก็รู้สึกว่าต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการเมืองอย่างรวดเร็วทันใจ เพื่อนผมก็แซวเล่นว่า บางคนอ่านหนังสือโป๊มาตลอดชีวิต วันดีคืนดีนึกว่าจำเป็นต้องลุกขึ้นมาเรียกร้องประชาธิปไตยก็ออกไปเรียกร้องประชาธิปไตยกันใหญ่ โดยไม่ดูว่าข้อเรียกร้องที่แท้จริงคืออะไร อยากได้ประชาธิปไตยแต่ไม่ยอมรับการเลือกตั้ง อยากได้ประชาธิปไตยแต่ไม่ยอมรับเสียงส่วนใหญ่ อยากได้ประชาธิปไตยแต่ไม่เคารพเสรีภาพของผู้อื่น อยากได้ประชาธิปไตยแต่ยินดีให้ปิดกั้นสื่อฝ่ายตรงข้าม

ทั้งหมดนี้ บางทีเกิดจากผู้นำทางความคิดบางคน ที่ปราศรัยเก่ง โน้มน้าวเก่ง พอมาพูดให้คนกลุ่มนี้ฟัง ด้วยตรรกะแบบเอียง ๆ ให้ข้อเท็จจริงไม่ครบ ทีนี้พอไม่มีฐานความรู้ทางประวัติศาสตร์แต่นึกว่าตัวเองมี ไม่ได้ตามการเมืองมาตลอด แต่นึกว่าตัวเองรู้ดี จึงเกิดอาการอย่างที่เห็น


01 | 02 | 03 | 04 | 05 | 06 | 07 | 08


อ่านทั้งหมดในหน้าเดียว


pinyo

ขอเชิญชม ศาลา และสัมผัสกับของจริงๆ ได้ที่ โชว์รูมของเรา กรุณาโทรศัพท์เข้ามาก่อน เพื่อทำการนัดหมายก่อนนะคะ ที่ 02-412-4225, 418-3917 หรือ 418-3860



Our Products | Highlights | FAQs | Contact Us | Tips For Your Sala | About Us

HOME



Sala-Tanum