Highlight Sala-Tanum
Highlight About Us Sala-Tamun About Us
About Us

highlight
Our Products
Highlights
FAQs
Contact
Tips
About Us


บทสัมภาษณ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา "ตอบโจทย์" สังคมไทยหลังวิกฤติ (2/8)

activity at Bangkok Noi

GM: คุณพูดถึงชีวิตที่เนิบช้าบ่อย ๆ เหมือนชื่อหนังสือ "เร็วไม่ว่าแต่ช้าให้เป็นŽ อะไรทำนองนั้น การทำโทรทัศน์ขัดแย้งกับตัวเองไหม เพราะโทรทัศน์ต้องเร็ว
ภิญโญ : คือบุคลิกภาพรวมของทีวีทั้งหมดมันต้องเร็ว แต่เราพยายามใช้บุคลิกเราเข้าไปทำรายการ หนึ่งก็คือผมไม่ได้ทำรายการเยอะ ถึงปัจจุบันทำแค่รายการเดียวคือ "ตอบโจทย์Ž แค่นั้น อาจจะความถี่สูง คือทำเกือบทุกวัน แต่ผมไม่พยายามดิ้นรนจะทำอะไรมากกว่านี้ มันก็ยังช่วยเรื่องความช้าได้ คือมีเวลาขบคิดทั้งวัน ว่าวันนี้จะคุยกับแขกรับเชิญคนนี้เรื่องไหน ประเด็นไหน คำถามที่คุยแล้วควรจะเกิดประโยชน์ หรือให้เกิดการถกเถียงทางปัญญามันน่าจะเป็นคำถามแบบไหน ก็ไม่ได้เร็วมาก แล้วมีจังหวะที่ได้นั่งคุยก่อนเข้ารายการ หลังรายการ เดินมาส่งแขกก็ได้คุยกัน แล้วผมก็กลับบ้านใช้ชีวิตของผมปกติเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

GM: การทำโทรทัศน์คุณต้องปรับตัวอย่างไรไหมจากการเป็นนักเขียนที่ค่อย ๆ คิดประเด็นไปได้ แต่อาจต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามากขึ้น
ภิญโญ : ผมก็ยังใช้วิธีของการสัมภาษณ์ในหนังสืออยู่เหมือนเดิม คือผมจะไม่ไปตายเอาดาบหน้า แล้วก็ไม่ได้พึ่งทีมงานในการเตรียมทุกอย่างให้ ถ้าวันนี้เรารู้ว่าใครจะมาเป็นแขก เราอยากนำพาการสนทนาไปทางไหน มันจะมีพล็อตในการคุย ไม่ใช้สถานการณ์นำพาไปอย่างเดียว ผมจะมีคำถามล่วงหน้าว่าประเด็นหลัก ๆ อยู่ที่ไหน และถ้าต้องการคำตอบตามประเด็นจะต้องตั้งคำถามอย่างไร ส่วนที่เหลือคือการตั้งใจฟังคำตอบ เพราะบางทีการสนทนามันก็ไม่ได้เป็นไปตามพล็อต ก็ต้องไปแก้ปัญหาเอาที่หน้างาน แต่ก็ใช่ว่าเราจะลากเข้าพล็อตเราอย่างเดียว ก็ต้องดูว่าเขาตอบอะไร ไม่อย่างนั้นก็ไม่เป็นการสนทนา มันจึงต้องใช้สติ ใช้สมาธิสูง ถ้าคุณฟังแขกตลอดเวลาคุณจะหลุด ในรายการผมจึงฟังอย่างตั้งใจ เพื่อให้รู้ว่าแขกพูดอะไร แล้วผมก็คิดต่อทันทีว่าจะถามต่อยังไง เพื่อให้การสนทนาลื่นไหลและได้ประเด็น ไม่ใช่ว่าถามแต่ที่ผมอยากจะถาม โดยไม่ฟังคำตอบของเขาเลย อย่างนั้นมันก็ไม่เกิดการสนทนา

GM: ในสถานการณ์บ้านเมืองที่ผ่านมา แม้แต่พิธีกรใหญ่ ๆ ในช่องใหญ่ ๆ ก็ดูเหมือนไม่ค่อยกล้าหาญหรือแหลมคมอะไรมาก แต่คุณกับรายการตอบโจทย์กลับดูกล้า แหลมคม มีการเชิญแขกฝั่งนั้นฝั่งนี้เข้ามา ตัวคุณมีส่วนในการตัดสินใจเลือกแขกมากน้อยแค่ไหน หรือเลือกไปแล้วมีแรงเสียดทานตามมาอย่างไร
ภิญโญ : คือขั้นตอนมันเริ่มจากกองบรรณาธิการของฝ่ายข่าวทีวีไทยจะประชุมกันก่อนว่าวันนี้มีประเด็นอะไรที่น่าสนใจ แล้วเขาอยากเล่นประเด็นอะไร เขาก็อาจจะกำหนดประเด็นมา ผมก็จะคุยกับโปรดิวเซอร์ คือคุณผดุงพงศ์ ศรีสวัสดิ์ และบางครั้งก็คุยกับบรรณาธิการที่นี่ทีวีไทย คือคุณอรพิน ลิลิตวิศิษฏ์วงศ์ เขาจะโทรฯมาบอกว่าวันนี้ฝ่ายข่าวอยากให้เล่นเรื่องอะไร ก็ต้องคุยก่อนว่าเห็นด้วยกับเขามั้ย ถ้าเห็นด้วยก็ไม่มีปัญหา เราก็จะคุยกันว่า เฮ้ย! ถ้าเป็นประเด็นนี้ แขกที่พอจะคุยได้คือใคร ก็จะถกกันสองฝ่าย เราต้องเห็นพ้องต้องกันเรื่องแขกก่อน เพราะถ้าพิธีกรไม่เห็นด้วยกับโปรดิวเซอร์ก็จะทำงานกันลำบาก หรือพิธีกรเลือกแขกมาแล้วโปรดิวเซอร์ไม่เห็นด้วยก็ต้องคุยกัน เพราะอย่างนั้นจะมีการคุยกันนอกรอบ ซึ่งเมื่อคุยกันเรื่อย ๆ ก็จะเริ่มจับทางกันได้

บางทีมันไม่ได้แขกตามที่เราต้องการ เนื่องจากว่าประชุมข่าวเสร็จก็สองโมงกว่า กว่าจะตามแขกเพื่อมาออกรายการได้ก็สามโมง แขกบางคนก็ไม่ว่าง บางครั้งเราจึงไม่ได้แขกที่ดีที่สุดที่เราอยากได้ แต่ได้คนที่เขาพร้อมและพอจะมาได้ รายการโทรทัศน์ในเมืองไทยนี่มันเป็นเรื่องแปลก คือคนที่เราอยากให้ออกก็มักมีเหตุไม่ได้ออก หรือบางทีเขาก็ไม่อยากออก ไม่ใช่ทุกคนจะอยากออกทีวี แต่มีคนกลุ่มหนึ่งที่พร้อมจะออกรายการโทรทัศน์ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา นี่คือเหตุผลที่ทำไมคนบางคนออกรายการโทรทัศน์ซ้ำๆ เพราะมันเป็นข้อจำกัดเรื่องเวลา ว่าเราจะตามใครตอนสี่โมงเพื่อให้มาออกสามทุ่ม เพราะฉะนั้นคนที่มาออกรายการโทรทัศน์ เขาก็เสียสละเหมือนกันที่จะมารับความเสี่ยงในการมาพูดเรื่องสดๆ ในวันนั้นเลยโดยมีเวลาเตรียมตัวน้อยมาก แถมบางทียังต้องมาเจอกับคู่กรณี บางทีก็น่าเห็นใจและต้องขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย

ทีนี้ที่เราทำได้มากกว่าช่องอื่นก็เพราะเราเป็นทีวีสาธารณะที่ไม่มีการแทรกแซงโดยทุน ไม่มีการแทรกแซงโดยรัฐ ไม่ต้องไปห่วงว่าใครจะถอนโฆษณาหรือเปล่า พอไม่มีตรงนี้ เราก็ทำเต็มที่ของเรา อันนี้ต้องให้เครดิตทีวีไทย ในขณะอีกส่วนหนึ่ง โดยส่วนตัวถ้าผมเป็นพิธีกรอาชีพจริง ๆ ผมว่าลึก ๆ ผมคงมีความกลัวว่า ถ้าทำอะไรแหลมคมเกินไปมันอาจจะเสี่ยงต่อการตกงาน ต่อการถูกดองได้ เรื่องศักดิ์เรื่องศรี เรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพมันก็คงอยากมีกันทุกคน แต่กลไกในการปกป้องและเปิดโอกาสให้คนทำงานได้แสดงความเป็นมืออาชีพมันต้องมีด้วย ไม่ใช่ว่าให้เขารับความเสี่ยงอยู่คนเดียว อย่างนี้ใครมันจะไปกล้า ที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้ เพราะผมไม่ได้คิดว่าผมจะอยู่กับอาชีพโทรทัศน์ไปตลอดชีวิต ผมแค่ทำหน้าที่ ทำเต็มที่ แน่นอนความเสี่ยงมันมี แต่ผมพร้อมรับความเสี่ยงนั้นเพราะผมเป็นคนทำหนังสือ ถึงที่สุดผมก็จะกลับไปนั่งเขียนหนังสือ

GM: เราจึงได้เห็นบางคนที่ไม่ค่อยได้เห็นในช่องอื่นมาออกในรายการของคุณ เช่น คนที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลหรือคนที่เป็นเสื้อแดง?
ภิญโญ : ผมไม่รู้ว่าช่องอื่นเป็นยังไง แต่ผมคิดว่า ในการต่อสู้ทางการเมืองที่แหลมคมขนาดนี้ คนทำสื่อเองก็มีความกลัวอยู่มาก อะไรที่เป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลก็ถูกมองว่าเป็นสิ่งน่ากลัว อะไรที่เกี่ยวกับเสื้อแดงเป็นสิ่งน่ากลัว กลัวจนลืมไปว่า สิทธิในการแสดงความคิดเห็นเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญที่ทุกประเทศเขายอมรับกันหมดรวมทั้งประเทศไทยด้วย

เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมทำมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลก การเอาทุกฝ่ายมานั่งคุยกันเพื่อให้เขามีสิทธิได้พูด ซึ่งเป็นสิทธิที่เขาพึงมีพึงได้อยู่แล้ว แต่พอผมทำกลับกลายเป็นเรื่องแปลก แสดงว่ามีบางอย่างผิดเพี้ยนไปในสังคมใช่ไหม สิ่งที่เราทำเลยกลายเป็นของแปลกขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่นี่เป็นเรื่องธรรมดาของอาชีพสื่อ หลายครั้งผมก็อดแปลกใจไม่ได้ว่า ทำไมต้องตกอกตกใจ หรือคิดอะไรกันนักกันหนากับเรื่องธรรมดาเหล่านี้ หลายคนถึงขนาดมาบอกผมว่าต้องใช้ความระมัดระวังให้มากในการเชิญคนมาออกรายการ พยายามจะยกเหตุผลร้อยแปดมาอธิบายความผิดปกติเหล่านี้ โดยไม่เคยมองย้อนกลับไปที่หลักการสำคัญ ซึ่งเป็นหัวใจของวิชาชีพคุณเลย

GM: แสดงว่ามีอะไรผิดปกติกับสังคมไทย
ภิญโญ : กับสังคมไทย กับสื่อมวลชนไทย เพราะถ้ามันปกติ ทุกคนก็ต้องบอกว่าไม่เห็นมีอะไรแปลกเลย คนพวกนี้ควรมีสิทธิได้ออกรายการโทรทัศน์ตามปกติอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น จรัล ดิษฐาอภิชัย สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ จาตุรนต์ ฉายแสง ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข หรือประวิตร โรจนพฤกษ์ ผมว่าอยู่ประเทศอื่นเขาได้ออกแน่นอน ยกเว้นเกาหลีเหนือกับจีนแผ่นดินใหญ่

GM: เมื่อคนเหล่านี้มาออกรายการผลตอบรับเป็นอย่างไรบ้างจากทั้งสองฝ่าย
ภิญโญ : การทำรายการโทรทัศน์ภายใต้ความขัดแย้งทางการเมือง ก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่ามีคนดูเยอะมากอย่างที่ไม่เคยคิดมาก่อน เพราะฉะนั้น พอเอาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาออก แม้ว่าจะมาออกสองฝ่าย จบรายการหรือระหว่างออนแอร์ จะเริ่มมีคอมเม้นต์ทันทีในเว็บบอร์ด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคอมเม้นต์ทางอารมณ์ อาจเริ่มตั้งแต่ว่าเอามันมาทำไม ถ้าเอาพวกที่เป็นเสื้อแดง หรือฝ่ายที่มีแนวโน้มว่าจะโปรเสื้อแดงมา สักพักหนึ่ง ในเว็บบอร์ดของสีเหลืองก็จะขึ้นมาทันทีว่า ไอ้รายการตอบโจทย์มันเอียง ไอ้พิธีกรคนนี้มันใช้ไม่ได้ มันเสื้อแดง รับใช้ทุนสามานย์ ก็จะขึ้นมาเต็มไปหมด โดยยังไม่ทันดูว่าเขาพูดอะไร แล้วอาจจะเป็นคนกลุ่มเดียวกันนี้ คนที่ด่าเราไปเมื่อวัน พฤหัสฯ พอวันศุกร์ เราเชิญคุณพิภพ ธงไชย มา ก็บอกว่ารายการตอบโจทย์เป็นกลางแล้ว แค่เปลี่ยนแขก เรากลายเป็นกลางทันทีเพียงชั่วข้ามคืน

มีอยู่อาทิตย์หนึ่ง ผมเชิญนักวิชาการสองคน วันจันทร์เสื้อเหลืองกับเสื้อแดงเป็นสองฝ่าย แต่พอดีนักวิชาการเสื้อเหลืองไม่ได้ตอบอะไรที่เป็นเหลืองไปหมด มีอะไรที่เขาไม่ได้เห็นด้วยกับเสื้อเหลืองบ้าง คนก็คอมเม้นต์ว่า เอาแต่เสื้อแดงมาออก โดยลืมไปว่านักวิชาการคนนี้ขึ้นเวทีพันธมิตร พอวันต่อมา เชิญคุณจาตุรนต์ (ฉายแสง) มาออก ก็บอกว่าเห็นมั้ย เสื้อแดงอีกแล้ว โดยลืมไปว่าวันถัดมาคุณกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ก็มาออก คือคุณไม่ได้ดูรายการตลอดทั้งสัปดาห์ คุณไม่ได้ดูภาพใหญ่ของรายการ คุณจับบางจุดที่ไม่ถูกใจมาคอมเม้นต์ บางครั้งผมถึงถามคนดู ให้เดาว่าวันนี้รายการเราสีอะไร เพราะเราเอาคนเสื้อหลากสีมาออก หลังจากออกมาครบทุกสีแล้วในสัปดาห์นั้น

GM: คุณคิดว่าลักษณะแบบนี้สะท้อนอะไร คล้ายกับเราด่วนตัดสินใจหรือพิพากษาว่า นี่คือเหลืองนี่คือแดง แม้แต่ตัวคุณก็มีฟอร์เวิร์ดเมลบอกว่าคุณเป็นหนึ่งใน 75 นักเขียนเสื้อเหลือง
ภิญโญ : ใช่, แต่ก็มีคนด่าผมด้วยว่าไอ้นี่มันพิธีกรเสื้อแดง รับใช้ทักษิณ โดยไม่ดูประวัติศาสตร์เราเลยว่าเราทำหนังสืออะไรมาบ้าง คือถ้าไปลิสต์รายชื่อหนังสือที่วิพากษ์วิจารณ์ คุณทักษิณ ชินวัตร เราเชื่อว่าเราเป็นคนที่ทำเยอะที่สุดคนหนึ่งในประเทศ และทำเป็นคนแรก ๆ ของประเทศนี้ด้วย

เพราะฉะนั้นก่อนที่คุณจะด่า กรุณาไปศึกษาประวัติศาสตร์ก่อน ด่าแล้วมันเขินน่ะ คนในวงการเขาจะขำคุณ หรือเอาเราไปใส่เป็นนักเขียนเสื้อเหลือง ผมก็ไม่ได้เห็นด้วยกับเสื้อเหลืองทุกเรื่อง แล้วก็ไม่เคยไปเคลื่อนไหวเรียกร้องอะไรกับเสื้อเหลือง แต่ก็แปลก ถ้าคุณอยากให้ผมเป็นเหลือง ผมก็กลายเป็นเหลืองอย่างนั้นหรือ หรือว่าวันหนึ่งถ้าคุณบอกว่าผมเป็นแดง ผมก็กลายเป็นแดง จริง ๆ ผมก็เป็นของผมอย่างนี้ รายการเราก็เป็นแบบนี้ ไม่ว่าฝนจะตก แดดจะออกเราก็ยืนอยู่ตรงนี้ อย่างที่ศรีบูรพาว่าไว้เราไม่ได้เปลี่ยน เพียงแต่คุณต้องกลับไปถามหัวใจคุณดู ว่าวันนี้คุณดูรายการนี้ด้วยหัวใจสีอะไร ใจคุณเป็นอย่างไร คุณก็จะเห็นแบบนั้น


01 | 02 | 03 | 04 | 05 | 06 | 07 | 08


อ่านทั้งหมดในหน้าเดียว


pinyo

ขอเชิญชม ศาลา และสัมผัสกับของจริงๆ ได้ที่ โชว์รูมของเรา กรุณาโทรศัพท์เข้ามาก่อน เพื่อทำการนัดหมายก่อนนะคะ ที่ 02-412-4225, 418-3917 หรือ 418-3860



Our Products | Highlights | FAQs | Contact Us | Tips For Your Sala | About Us

HOME



Sala-Tanum